http://www.hoanngocherb.com
Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

สินค้า

 โปรโมชั่น

วิธีการสั่งซื้อ

บทความ

เว็บบอร์ด

ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ27/02/2011
อัพเดท23/03/2012
ผู้เข้าชม49,742
เปิดเพจ62,841
สินค้าทั้งหมด18

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สินค้า

 ยาสมุนไพรแผนโบราณ
 แคปซูลสมุนไพร
 ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสารสกัดฮว่านง็อก
 ชา

ปฎิทิน

« May 2013»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

ทำความรู้จักกับฮว่านง็อก

ฮว่านง็อกในสื่อต่าง ๆ

สุขภาพดี เราสร้างได้

นาฬิกาชีวิต

การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหวเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตัน และอวัยวะกลวง

  • อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
  • อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)

การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต"

ตัวอย่างเช่น การไหลเวียนของเส้นลมปราณปอด จะมีพลังไหลเวียนเริ่มต้นที่เวลา 03:00 น. และสูงสุดในช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลง และออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ ที่เวลา 05:00 น. การรักษาโรคของเส้นลมปราณปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดจึงควรอยู่ระหว่างเวลา 03:00 - 05:00 น. ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการใช้ยาตะวันตก คือ ยาดิจิตาลิสในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว (มีการคั่งของน้ำในปอด) การให้ยาในช่วงเวลา 04:00 น. จะให้ผลออกฤทธิ์ประมาณสี่สิบเท่าของการให้ยาในเวลาอื่น เป็นต้น การเคลื่อนไหวของพลังชีวิตของอวัยวะภายในมีกฏเกณฑ์ที่แน่นอนและสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเวลา (นาฬิกาชีวิต) ร่างกายเราจึงมีกลไกการปรับตัว มีการสร้างสารคัดหลั่งฮอร์โมน การทำงานของระบบต่าง ๆ ฯลฯ เป็นไปตามสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป

การดำเนินชีวิต และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เป็นหลักการของการมีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนโดยปราศจากโรค โดยแบ่งเป็นช่วงเวลาได้ดังนี้

01:00 - 03:00 น.

เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารเมลาโทนิน (melatonin) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้ ร่างกายยังหลั่งสารเอนโดรฟีน (endorphine) ออกมาด้วย จึงไม่ควรรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนัก และเสื่อมเร็ว

หน้าที่หลักของตับคือ

  1. ช่วยไตในการดูแลเส้นผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา เส้นผม ขน เล็บ จะไม่สวย
  2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ารับประทานอาหารบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก จึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้าง 
  3. 

03:00 - 05:00 น.

เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอนเพื่อลุกขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ และรับแสงแดดในยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำ ปอดจะดี ผิวพรรณจะดีขึ้น

05:00 - 07:00 น.

เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระให้เป็นนิสัยทุกเช้า หากไม่ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว (โดยใช้น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 4 - 5 ลูก) จนกว่าจะถ่าย หรือทำท่ายืนตรงหายใจเข้า และก้มลงพร้อมหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนหน้าท้องไปติดสันหลัง 

คนที่ขับถ่ายยาก ต้องรับประทานอาหารเช้า บางคนไม่รับประทานอาหารเช้า ดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียวก็อิ่ม ร่างกายจะดูดกากอาหารตกค้าง ซึ่งกำลังจะเป็นอุจจาระกลับเข้าไปยังกระเพาะใหม่ (เทียบเท่ากับดื่มกาแฟแกล้มอุจจาระ) 

07:00 - 09:00 น.

เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร หากรับประทานอาหารเช้าในช่วงนี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย ถ้าเราไม่รับประทานอาหารอาหารเช้าอุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ จะทำให้มีกลิ่นตัว ถ้าเราขับถ่ายออกหมด จะมีกลิ่นตัวน้อย อย่างน้อยให้รับประทานโยเกิร์ต + นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว ก็จะได้สารอาหารเพียงพอสำหรับมื้อเช้าแล้ว

09:00 - 11:00 น.

เป็นช่วงเวลาของม้าม ม้ามจะอยู่บริเวณชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลืองควบคุมไขมัน คนที่ปวดศีรษะมักมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของม้าม อาจเจ็บชายโครงสาเหตุมาจากม้ามกับตับ

  • ม้ามโต ม้ามจะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย
  • ม้ามชื้น อาหารและน้ำที่กินเข้าไปจะแปลสภาพเป็นไขมัน จึงทำให้อ้วนง่าย ผู้ที่มักนอนหลับในเวลา 09:00 - 11:00 น. ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงกับริมฝีปาก ผู้ที่พูดบ่อย ๆ หรือผู้ที่พูดเก่ง ม้ามจะชื้น จึงควรพูดน้อย รับประทานน้อย ม้ามจะแข็งแรง
  • 

11:00 - 13:00 น.

เป็นช่วงเวลาของระบบหัวใจ หัวใจจะทำงานหนักในช่วงนี้ จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียด และเรื่องที่ต้องทำให้ใช้ความคิดหนัก และควรระงับอารมณ์ตื่นเต้น หรืออาการแตกตื่นตกใจให้ได้ คนที่มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจจะมีอาการปวดไหล่ ไม่ได้แสดงอาการที่หน้าอกอย่างที่เข้าใจกัน ผลไม้จำพวกกล้วย ส้ม มะเขือ เตย รากบัว บำรุงหัวใจ (เม็ดบัว บำรุงตับ ไต) 

13:00 - 15:00 น.

เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้เล็กทำงาน ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินบี และโปรตีนเพื่อสร้างกรดอะมิโน สร้างเซลส์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ผลิตไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโนน้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน และด้วยความที่ผู้หญิงมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชายถึง 11 ฟุต จึงดูดซึมได้นานกว่า และต้องใช้กรดอะมิโนมากกว่าผู้ชาย และเพราะการที่มีลำไส้ยาวกว่านี่เอง ทำให้ผู้หญิงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าผู้ชายข้างละ 1 ซี่

15:00 - 17:00 น.

เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ แนวพลังของกระเพาะปัสสาวะเริ่มจากหัวตา > หน้าผาก > ศีรษะ > ท้ายทอย > แผ่นหลังทั้งแผ่น > สะโพก > ด้านหลังขา > หัวเข่า > น่อง > ส้นเท้า > นิ้วก้อย กระเพาะปัสสาวะจะเกี่ยวข้องกับระบบความจำไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด

ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกาย หรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง

ข้อควรระวัง : ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออกมามาก ไตจะวาย  แต่ถ้ามีโปตัสเซียมปนออกมามาก หัวใจจะวาย แก้ไขเรื่องหัวใจวายด้วยการดื่มน้ำส้ม หรือน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มโปตัสเซียม (ผู้ที่มีโปตัสเซียมน้อย ต้องระวังเรื่องการฉีดยาชา เพราะยาชาจะทำให้โปตัสเซียมลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจอาจวายได้ง่าย)

การอั้นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เหงื่อที่ออกมามีกลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะ

17:00 - 19:00 น.

เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลานี้ ผู้ใดมีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้วเพ้อ แสดงว่าอาการหนักมาก

  • ไตซ้าย จะคุมสมองด้านขวา ซึ่งควบคุมด้านความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้าไตซ้ายมีปัญหา อารมณ์รักสวยรักงามจะหมดไป กลายเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว และเป็นคนขี้ร้อน
  • ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้าไตขวามีปัญญา ความจำจะเสื่อม และเป็นคนขี้หนาว (ผู้ที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนมีอายุยืน เป็นคนกล้า)

 ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต เป็นผลให้ไตทำงานหนัก จึงกลายเป็นโรคไต ผู้ที่เป็นโรคไต สมองจะเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสมหะในคอ ควรดูแลร่างกายด้วยการอาบน้ำเย็นในตอนเช้า ตอนเย็นให้อาบน้ำอุ่น กรณีที่อาบน้ำไม่ได้ ให้ใช้วิธีแช่เท้า แต่น้ำควรใส่สมุนไพรที่ถูกกับโฉลกของผู้ป่วย เช่น ขิง ข่า กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง

19:00 - 21:00 น.

เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ต้องระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่เสื้อผ้าชุดสีดำ เทา และควรแช่เท้าในน้ำอุ่น

21:00 - 23:00 น.

เป็นช่วงเวลาของระบบความร้อนในร่างกาย ช่วงเวลานี้ควรทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ

23:00 - 01:00 น.

เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี (ถุงน้ำดี เป็นถุงสำรองเก็บน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ) หากมีอวัยวะใดในร่างกายขาดน้ำ จะมาถึงน้ำจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือจะจามในตอนเช้า (ถุงน้ำดีจะโยงไปถึงปอด) จะปวดศีรษะข้างเดียว หรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ (ผู้ที่ตัดถุงน้ำดีออก เมื่อตรวจด้วยลูกดิ่ง จะพบว่า ถุงน้ำดีข้น มักมีอาการปวดขา ปวดสะโพก) ทางแก้ คือ อย่าใส่ชุดนอนที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์ ไนลอน เพราะชุดนอนที่ทำจากใยสังเคราะห์จะไปดูดน้ำในร่างกาย ดังนั้นควรเลือกสวมชุดนอนที่ทำจากผ้าฝ้ายดีที่สุด ไม่ควรนอนบนที่นอนสูง ๆ เพราะจะทำให้เสียน้ำในร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23:00 น.

 

คัดลอกจาก นาฬิกาชีวิต อ.นวลฉวี ทรรพนันทน์ (เรียบเรียงบางประโยคเพิ่มเติมโดยผู้จัดทำบทความเพื่อ www.hoanngocherb.com)

view
view